[S.fic Titan] Beside you {MarcoxJean}

posted on 31 Jul 2013 21:12 by werrian
กลับมาอัพบล้อกอีกรอบ หลังจากเอนทรีล่าสุดคือฟ้าเหลืองสินะ5555555
 
 
ฟิคนี้คิดได้หลังจากดูไททันตอนที่16จบค่ะ //บ่อน้ำตาแตก ฮืออออออว์
 
 
อย่างที่ชื่อเอนทรีบอกนั่นแหละค่ะ วันนี้เวอลองแต่งคู่ มาร์โก้Xแจน 
 
 
คู่นี้ดราม่า แงงงงงง แต่ไม่รู้ว่าเวอแต่งออกมาจะดราม่าหรือเปล่า ฮา
 
อ่านก่อนน้าาา: เนื้อหาฟิคนี้เป็นเกี่ยวกับรักร่วมเพศ หากใครไม่ชอบก็กดปิดไปเลยน้า
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Title:  Beside you .

 

Pairing :  Marco x Jean

 

Fanfic Original :  Shingeki no kyojin [Attack on Titan]

 

Warning : BL , NL <<มีช่วงหลังนิดนึง นิดเดียวจริงๆ

 

Rate : PG  

------------------------------------------------------------------------------------------------

                 ตอนนี้ผมกำลังฝัน .... ภาพภายนอกเป็นสีขาวสว่าง

 

                  ผมกำลังฝัน ... ว่าเรากำลังก้าวเดินไปยังวันข้างหน้ากับเหล่าเพื่อนทหารฝึก

 

                   กึก .

 

                  แต่กระนั้น ...

           

                 “ มาร์โก้  นายหยุดเดินทำไม “ ผมหันมาเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนที่เมื่อกี้ยังเดินอยู่ข้างๆ แต่เขากลับยืนอยู่เฉยๆไม่เดินตามมา มาร์โก้ บ็อท เพียงแค่ยิ้มบางเท่านั้น

        

                “ มาร์โก้ ? “

        

               ผมเบิกตากว้างทันทีที่ภาพเด็กหนุ่มตรงหน้าเริ่มห่างไกลจากผมไปเรื่อยๆ แม้ว่าผมจะวิ่งไขว่คว้าเอามาสักเพียงไหร่ คนตรงหน้าก็ยิ่งถอยหลังไกลเป็นเรื่อยๆจนเหลือแต่เพียงความว่างเปล่า ..

            

               นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ..

            

                “ แจน .. “

             

                 “ ... “

             

               “  แจน .. ! “  เปลือกตาเริ่มขยับเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงเรียกเบาๆจากเพื่อนคนข้างๆ  แจน  กิลชูไตน์    ลืมตาตื่นขึ้นก็พบกับภาพตรงหน้าที่เป็นสีน้ำตาลของพื้นดิน  นัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบหันไปมองคนเรียกที่อยู่ทางด้านขวามือ    เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลบลอนด์  อาร์มิน อันเรลโต้ กำลังหน้าซีดผืด เม้มริมฝีปากแน่น

            

              “  เป็นอะไรของแกวะ อาร์มิน   “

 

                กึก !  

 

              แจนเอ่ยอย่างสงสัย ก่อนที่จะรู้สึกที่เงามืดที่คลานเข้ามาบังร่างของตัวเอง  ใบหน้าเรียวคมเงยหน้าขึ้นมอง ริมฝีปากยิ้มแห้งๆให้กับครูฝึกที่ตอนนี้กำลังเบ่งแผ่รัศมีความน่ากลัวใส่เด็กหนุ่ม

 

               “  แจน  กิลชูไตน์   นี่แกกล้าหลับระหว่างอยู่ในแถวเรอะ !!!!!!!!!!!!!!!!! “

 

 

               ฉากถูกตัดไปที่ร่างสูงล้มลงนอนใต้โคนต้นไม้สูงใหญ่  แจนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกำลังหลับอยู่ในแถวระหว่างที่ครูฝึกกำลังพูดอะไรสักอย่าง  ช่วยไม่ได้นี่นา ก็ในเมื่อคืนแค่นอนไม่ค่อยหลับเท่านั้นเอง เด็กหนุ่มถูกให้วิ่งรอบสนามแปดสิบรอบเป็นบทลงโทษในการหลับครั้งนี้

             

                ให้ตายเถอะ .. โคตรเหนื่อยเลยว่ะ ...

  

             

                คราวนี้ค่อยเข้าใจความรู้สึกของยัยหัวมันขึ้นมาบ้างแล้ว ...

 

              “  เฮ้ย  แจน ! เมื่อกี้แกแอบหลับในแถวเหรอวะ ! สุดยอดเลยว่ะ เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือไง “  น้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านบน แจนเงยหน้าขึ้นไปก็บพบกับเด็กหนุ่มร่างเล็กผู้เป็นเพื่อน

            

              “  เออ “

            

              “ อะไรวะ  เมื่อคืนมาร์โก้ก็นอนกอดแกแล้วนี่หว่า “  


                 คำพูดของร่างเล็กถึงกับทำให้แจน  กิลชูไตน์ หน้าเป็นสีแดงระเรื่อ ปากพะงาบๆพุดไม่ออก นั่นเรียกเสียงหัวเราะจากคนข้างบน  ใช่ .. เมื่อคืนนอนหลับได้เพราะมาร์โก้กอดนี่แหละ

              

              “  เงียบไปเลย ไอ้เณร  กลับไปหาครูฝึกสุดที่รักของแกไปเลยไป “  ร่างสูงแซวกลับไป พลางโบกมือไล่ โคนี่ สปริงเกอร์  หน้าแดงเป็นลุกตำลึงสุกยิ่งกว่าคนที่นอนอยู่เมื่อกี้ซะอีก

               

               “ ที่ร้งที่รักอะไร ไอ้บ้า ! …. “

 

              ว่าแล้วโคนี่ก็เดินจากไปโดยที่อุณหภูมิบนใบหน้ายังสูงอยู่  ร่างสูงที่นอนอยู่ยิ้มขำแล้วค่อยๆหลับตาลงเพื่อทีจะหายเหนื่อย จากการวิ่งเมื่อสักครู่  สายลมเย็นพัดมาแตะใบหน้าคมหล่อเหลาของแจน  กิลชูไตน์  ทำให้ช่วงเวลานี้เด็กหนุ่มอยากนอนมากขึ้น

              

               พรึ่บ !

           

              ความรู้สึกเหมือนมีวัตถุที่เป็นลักษณะเบาตกหล่นใส่ใบหน้า  แจนหยิบขึ้นมาดู ผ้าขนหนูสีขาวชุบน้ำหมาดๆจับแล้วดูชื้นเล็กน้อย  เหมาะสำหรับการซับเหงื่อและเช็ดใบหน้าเป็นอย่างดี  เสียงหนึ่งดังขึ้นเบาๆข้างร่างคนที่นอนอยู่ทำให้รับรู้ว่ามีคนมานั่งพิงต้นไม้อยู่ข้างๆ

           

              “  ฉันทำให้นายตื่นหรือเปล่า ? “

           

              “   ไม่เลย  ขอบคุณนะ มาร์โก้ “

            

               มาร์โก้  บ็อท ยิ้มให้กับคนที่นอนอยู่  เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีอ่อนค่อยๆใช้ผ้าขนหนูซับบริเวณลำคอและใบหน้าที่มีเหงื่อไหลเล็กน้อย

            

              “  เหนื่อยไหม  “

          

             “   สุดๆ  ฉันแค่หลับตาเองก็เท่านั้นแหละ  ไม่ได้หลับอะไรเลย ! “  ที่จริงเขาหลับนั่นแหละ ...

            

             “   แต่หัวนายมันก้มลงมองกับพื้นเลยนะ “

           

             “  เหอะ  !  “

             แจนพลิกตัวนอนตะแคงอีกข้าง เอาผ้าขนหนูบังตาเอาไว้ทำให้รู้สึกเย็นบริเวณตาทั้งสองข้าง  มาร์โก้มองร่างที่นอนอยู่  ริมฝีปากบิดเป็นรอยยิ้มบางๆเข้ากับใบหน้าที่แสนอ่อนโยนนั้น ก่อนที่จะค่อยยันร่างตัวเองให้ไถลไปนอนข้างๆกับเด็กหนุ่มผู้เป็นเพื่อน  มือหนารวบเอวของอีกคนเข้ามากอดแล้วซุกใบหน้าลงที่แผ่นหลัง การกระทำนั้นถึงกับทำให้คนที่หันหลังให้อยู่นั้นตกใจและหน้าแดงในคราเดียวกัน

             

               “  นายทำอะไรน่ะมาร์โก้ ! “

           

               “  แจน ... “

            

                “  ถ้าคนอื่นมาเห็นจะทำยังไง ห๊ะ !!!? “

            

                “ ................................... “

             มือและแขนที่รวบกอดอยู่นั้นกระชับแน่นขึ้น  แจนรู้สึกถึงความผิดปกติที่อีกฝ่ายเงียบไปในขณะที่เขากำลังโวยวายด้วยความเขิน

           

               “  มาร์โก้ ? “

           

              “  ขออยู่แบบนี้นานๆ........... สักแปปนะ “

          

             คำขอร้องจากคนข้างหลังทำให้แจนนิ่งไป  ใบหน้าเป็นสีชมพูระเรื่อ  ริมฝีปากเม้มแน่น  ลักษณะเดียวกันกับเมื่อคืนที่เขานอนกับคนคนนี้  มันดูน่าอายก็จริง แต่มันก็ทำให้เด็กหนุ่มนั้นมีความสุขเพียงแต่ไม่ได้แสดงสีหน้าและท่าทางออกมา  มือหนาที่ว่างอยู่อีกข้างเอื้อมไปสัมผัสเส้นผมสีดำของมาร์โก้

           

           “  เป็นอะไรหรือเปล่า  มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ “  แจนปรับเสียงโทนพูดให้เป็นปกติแต่แอบแฝงความห่วงใย  ศีรษะของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำส่ายหัวเบาๆ กระนั้นใบหน้าก็ยังซุกที่หลังของเด็กหนุ่มคนที่นอนอยู่ข้างหน้า ทำให้รู้สึกจักจี้จนต้องหลับตาปี๋

          

               “  แจน “

           

               “  หือ ? “

           

             “  ฉันขออะไรอีกอย่างหนึ่งได้ไหม  “

          

               มาร์โก้ปล่อยมือที่รวบรัดเอวของอีกคนออก  แจนพลิกตัวกลับมาสบตาคู่สวยแฝงความอ่อนโยนของร่างโปร่ง  คิ้วคมเลิกสูงเชิงสงสัย จากนั้นเองหน้าผากเรียบมนก็ได้เข้าสัมผัสกับหน้าผากของแจน  ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างเล็กน้อยกับการจู่โจมโดยไม่ตั้งตัว

           

              “ แม้ว่าอะไรก็ตาม  ... แต่ฉันขอให้นายเชื่อว่าฉันอยู่เคียงข้างนายตลอดไป  “

          

              “  หา ? “

          

             ดวงตาสีดำและสีน้ำตาลสบกัน  เด็กหนุ่มมองลึกเข้าไปในดวงตาของผู้เป็นเพื่อน จึงได้รับรู้ว่าคำพูดของคนข้างหน้าไม่ได้เป็นคำพูดล้อเล่นแต่อย่างใด

          

              “  มาร์โก้ “

         

            “   หากฉันไม่อยู่  ขอให้นายก้าวเดินต่อไป อย่าได้ถอยหลัง  กระนั้นเองก็ขอให้คิดว่าฉันคอยมองและอยู่ข้างๆนายอยู่นะ “

        

 

 

               คำพูดนั้นซึมซับลงภายในจิตใจของแจน  กิลชูไตน์ มาตลอด  ..  เป็นคำพูดที่จะไม่มีวันลืม ...

 

               แต่ ....

 

               “ มาร์โก้   .....  นั่นนายเหรอ ..... “

              โลหิตในกายของแจนเย็บเฉียบ  หัวใจรู้สึกหยุดทำงานทันทีที่รับรู้จากภาพที่เห็นตรงหน้าว่าคนสำคัญอย่างมาร์โก้  บ็อท  นั้นได้จากไปแล้ว ....

       

              หลังจากนั้น ... น้ำใสก็ไหลรินออกจากดวงตาของเด็กหนุ่มเกือบทุกคืน

 

 

 

              “  เฮ้ย  แจน  ตาบวมอีกแล้วเหรอวะ “

            

             “  แล้วแกยุ่งอะไรกับตาฉันมากวะ “    เด็กหนุ่มหันไปตอบคู่อริที่เดินมานั่งลงข้างๆ  ตอนนี้แจน  กิลชูไตน์  ได้เข้ามาอยู่ในหน่วยสำรวจเรียบร้อยแล้ว  แม้ว่าตอนแรกเขาอยากเข้ากองสารวัตรก็ตาม แต่อะไรบางอย่างทำให้เขาเข้ามาอยู่ในหน่วยสำรวจแห่งนี้  เอเลน  เยเกอร์  เบ้หน้าก่อนจะตอบอย่างแอบกวนกลับไป

            

             “ก็ยายนายไม่ได้สั่งว่าห้ามยุ่งนี่หว่า “

            

            “  มุขไหนของแกวะเอเลน  หน็อยแหน่ะ ! “

           

            คู่อริทั้งสองเริ่มทำการฟัดตะรุมบอนกันอีกรอบท่ามกลางโต๊ะกินข้าว มิคาสะ แอ็คเกอร์แมน และอาร์มิน อัลเรลโต้  ช่วยกันมาห้ามศึกของทั้งคู่ ก่อนที่หัวหน้าหน่วยอย่างรีไวล์จะเข้ามาถล่มห้ามศึกเอง  แจนกัดฟันตัวเองกรอด หลังจากที่โดนแยกออกมา  กระนั้นเอเลนก็ค่อยๆเผยรอยยิ้มเล็กๆ 

                

              “  กลับมาแล้วสินะ “

                

              “  ห้ะ ? “

               

              “  แจน คนเดิมกลับมาแล้ว   “

               

               แจนเงียบลง เมื่อเด็กหนุ่มอย่างเอเลน เยเกอร์ พูดแบบนั้น  ช่วงที่ผ่านมาหลังจากจบเหตุการณ์ที่วอลโรสนั้น แจน กิลชูไตน์  ก็แทบไม่ได้เผยความเป็นตัวเองให้เห็นอีกเลย ที่ผ่านมาได้แต่นั่งซึมบ้าง ไม่ก็เหม่อลอยเป็นบางครั้ง  จนกระทั่งวันนี้ ดูท่าการเปิดบทสนทนายามเช้าของเอเลนจะเป็นผลทำให้แจนกลับมาเหมือนเดิม

             

              “  ฉะ .... ฉันออกไปข้างนอกแปปนึงนะ  “   ว่าแล้วก็ขอปลีกตัวออกไปข้างนอกคนเดียว

 

 

              ท่ามกลางพื้นหญ้าสีเขียว ใบหญ้าที่ชูชันขึ้นสั่นไหวไปมาตามแรงลม  เสียงย่ำก้าวเข้ามาจนหยุดอยู่ตรงกึ่งกลาง  แจนเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สดใส ซึ่งขัดกับอารมณ์ของเขาที่กำลังขุ่นมัว  ร่างสูงทรุดลงกับพื้นหญ้านั่งคุกเข่าอยู่เดียวดาย  และพึมพำอะไรบางอย่าง

            

               “  ทั้งๆที่นายเคยอยู่ข้างๆฉันมาตลอดแท้ๆ “

             

                แต่กลับจากฉันไปก่อนด้วยเวลาเพียงรวดเร็วซะงั้น ...

           

                น้ำใสๆเริ่มอาบรินบริเวณแก้ม  เด็กหนุ่มสะดุ้งขึ้น มือหนาเริ่มยกขึ้นมาสัมผัสของเหลวบริเวณใบหน้าพร้อมกับเบิกตากว้าง

             

                “ น้ำตา ...  อีกแล้วเหรอ ? “

              ของเหลวใสเริ่มไหลออกมาเรื่อยๆจนเจ้าตัวเริ่มปาดมันไม่ทัน   และปล่อยให้มันอาบแก้มไหลลงมาสู่พื้นดิน

              “  ฮึก ...... !  โธ่โว้ย !!!! “

          

              แจนทุบกำปั้นลงสู่พื้นดินพร้อมกับสบถคำอย่างหงุดหงิด ที่แอบฝังความโศกเศร้าเอาไว้  การสูญเสียครั้งนี้ ถึงขั้นทำให้แจน  กิลชูไตน์ เปลี่ยนไปคนละคน  จากเมื่อก่อนที่เคยร่าเริงอยู่แท้ๆ แต่กลับขุนมัวเรื่อยๆหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น  ภาพมาร์โก้  บ็อท  อย่าตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ...

            

              ทุกครั้ง .... ทุกเวลา ....

             

            “  นี่ มาร์โก้  พอนายไม่อยู่ฉันเหงามากเลยนะ  .... “  เด็กหนุ่มพร่ำพูดอยู่คนเดียวด้วยน้ำตา  สายลมเริ่มพัดแรงกว่าเดิม กระนั้นเด็กหนุ่มก็คงยังนั่งอยู่ที่เดิม

             

            “  ทำไมต้องเป็นนาย ...  มาร์โก้  ช่วยอยู่กับฉันให้นานกว่านี้ได้ไหม .. “ 

 

              ‘  ฉันอยู่กับนายตลอดนะแจน ‘

 

            ฉับพลันสายลมพัดพามาห่อหุ้มร่างสูงที่ทรุดอยู่  ความรู้สึกอบอุ่นที่คุ้นเคยราวกับมีคนกอดอยู่ด้านหน้า แจนชะงักค้างไปทันทีที่เมื่อสักครู่ได้ยินเสียงของคนที่จากไปแล้วแว่วเข้ามาในโสตประสาท  และจู่ๆอะไรบางอย่างก็ทำให้เขานึกถึงคำพูดคำหนึ่งที่มาร์โก้เคยขอเขาเอาไว้ครั้งหนึ่ง ..

 

 

            แม้ว่าอะไรก็ตาม  ... แต่ฉันขอให้นายเชื่อว่าฉันอยู่เคียงข้างนายตลอดไป    

 

           ‘      หากฉันไม่อยู่  ขอให้นายก้าวเดินต่อไป อย่าได้ถอยหลัง  กระนั้นเองก็ขอให้คิดว่าฉันคอยมองและอยู่ข้างๆนายอยู่นะ

 

                 ข้างๆงั้นเหรอ .......

 

               เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น  ทันใดนั้นเองก็เห็นร่างของมาร์โก้  บ้อท ยืนอยู่ด้านหน้าและส่งรอยยิ้มมาให้  รอยยิ้มอันคุ้นเคยและอบอุ่น ชวนคิดถึง  มือหนาของร่างตรงหน้ายื่นมาปาดน้ำตาข้างแก้มที่เขรอะอยู่บนใบหน้าเด็กหนุ่ม ก่อนจะจางหายไปพร้อมกับสายลม 

             

             คำพูดและคำขอเหล่านั้นปลุกให้ตัวตนของแจน  กิลชูไตน์ กลับมาเป็นคนเดิม  ร่างโปร่งปาดน้ำตาที่เหลือออกก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าอีกรอบ

               

               เคียงข้าง ......

 

                ตลอดไป   

 

             “  ฟังฉันให้ดีนะมาร์โก้  บ็อท  !!!!!! “  แจนตะโกนออกไป หากตอนนี้ในสายตาคนอื่นอาจจะคิดว่าคนคนนี้บ้าไปแล้ว ถึงกับขั้นตะโกนอยู่คนเดียว สำหรับเด็กหนุ่ม นั่นเป็นการเหมือนกับคุยสนทนากับคนสำคัญที่ตอนนี้ตัวเองอาจจะไม่เห็นเขา แต่เขายังเฝ้ามองดูอยู่  ....  ทุกเวลา

            

            “  นายไม่ได้อยู่เคียงข้างฉัน  !!!!!! “

           

            เด็กหนุ่มพักหยุดหายใจซักพัก ก่อนจะทำท่าทำความเคารพ  มือขวาถูกทำเป็นกำปั้นแล้วแนบที่อกข้างซ้ายบริเวณตำแหน่งหัวใจ  มืออีกข้างไขว้ไปด้านหลัง พร้อมกับยืดอกของตัวเอง  ท่ามกลางสายลมที่พัดพา  เส้นผมสีอ่อนพัดปลิวไปตามแรงลม  เด็กหนุ่มหลับตาสักพัก ก่อนจะที่จะเบิกตาและตะโกนออกไปดังๆให้เขาคนนั้นได้รับรู้

 


          “  แต่ทุกสิ่ง ทุกอย่าง คำพูดทุกคำพูดของนาย  ใบหน้า รอยยิ้ม ของนาย  มันยังตราตรึงอยู่หัวใจของฉันเสมอนะ!!

 

            ใช่  .....

 

         “  มันอยู่ในหัวใจของฉันตลอดเวลา  “  ฝังลึกอยู่ในนี้ ตลอดกาล ... ตราบชั่วนิรันดร

 

             ริมฝีปากคลี่เป็นรอยยิ้ม   เป็นรอยยิ้มจากใจของเด็กหนุ่ม   พลันเด็กหนุ่มหันไปก็ผมกับเพื่อนทหารที่กำลังเดินเข้ามา  เอเลน  เยเกอร์  ยืนยิ้มกอดอกอยู่ที่ไกล

           

             “  เลิกทำซึ้งได้แล้ว  !!  หัวหน้าเรียกรวมกองแล้วว่ะ !!!!!  “  เสียงตะโกนดังมาจากที่ไกล  กระนั้นเองแจนก็ตะโกนกลับมาด้วยท่าทีเดิมซึ่งเป็นเอกลักษณ์

            “  เออ  จะไปเดี๋ยวนี้แหละ !!!!  “

 

             .

 

            .

 

           แม้ว่าจะเวลาผ่านไปนานเพียงใด

 

           .

 

          .

         

           “  แจน .. “

         

          “  .......  “

         

           “  แจน  ตื่นเถอะ  อ๊ะ เอเลน เดี๋ยวสิ ทำแบบนั้-------------  “

         

            “  ยัยแจน !!!!  ตื่นได้แล้ว  เธอจะค้างที่โรงเรียนหรือไง  “ 

           เด็กสาวอายุคราวสิบห้าปีตื่นขึ้นอย่างรวดเร็วทันทีที่ถูกเพื่อนสาวเรียก  แจน  กิลชูไตน์หันมามองเพื่อนสาวที่ปลุกด้วยวิธีการตะโกนใส่หูอย่างเคืองๆ  มือบางจัดทรงผมสีอ่อนยาวสลวยถึงกลางหลังให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเก็บของใส่กระเป๋าด้วยอารมณ์ในเวลาที่ถูกปลุกให้ตื่น

         

           “  ชิ หล่อนปลุกด้วยวิธีอื่นไม่ได้หรือไง “

         

           “  ช่วยไม่ได้  อาร์มินปลุกดีๆแล้ว  แต่เธอไม่ยอมตื่นเอง  “  เอเลน  เยเกอร์ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลยาวยักไหล่ โดยที่ข้างๆมีเด็กสาวรูปร่างหน้าตาน่ารัก ตัดผมบ๊อบสั้นสีน้ำตาลบลอนด์  อาร์มิน  อัลเรลโต้กำลังยืนยิ้มแห้งกอดเอกสารการเรียนอยู่ข้างๆ

           

            “  เอาน่าๆ อย่าทะเลาะกันเลย   เอเลน นี่บ่ายสามจะครึ่งแล้วนะ  คุณรีไวล์ไม่คอยนานแย่เหรอ  “

           

            เหมือนอะไรไปกระตุ้นทำให้เด็กสาวหน้าซีด  ไม่ใช่อะไรนอกจากชื่อแฟนหนุ่มที่อายุห่างคราวสิบห้าปีที่อาร์มินเอ่ย  เอเลน  เยเกอร์  เหลือบมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองแล้วเบิกตาสีเขียวกว้าง

           

            “   ให้ตายเถอะ !! จะโดนดุไหมเนี่ย !!  งั้นฉันไปก่อนล่ะ !!  “   

        

              ว่าแล้วร่างโปร่งก็รีบสาวเท้าเดินออกไป  เหลือเพียงแค่เด็กสาวสองคนในห้องเรียน  แจนลุกขึ้นแล้วสะพายกระเป๋าทีมีหนังสือเรียน  พลางหันไปถามเพื่อนสาวร่างเล็กที่ยืนอยู่

           

             “  วันนี้เธอจะกลับด้วยกันหรือเปล่า  “       

              “  คือว่า ......  วันนี้ฉันต้องไปรับพัสดุที่ไปรษณีย์น่ะ  เธอกลับไปก่อนได้เลย  แต่ว่าเดี๋ยวฉันเดินไปส่งหน้าโรงเรียนนะ “

           

              แจนพยักหน้าตามที่เพื่อนสาวบอกก่อนจะออกไปจากห้องเรียน ด้วยกัน  บริเวณโถงทางเดินลงไปถึงบันไดไม่ค่อยมีนักเรียนเดิน เนื่องจากส่วนใหญ่เริ่มทยอยกลับบ้านกันไปแล้วตั้งแต่บ่ายสอง  กระนั้นเองเสียงกลุ่มผู้ชายก็ดังขึ้นเมื่อเด็กสาวทั้งสองลงบันไดมาถึงชั้นล่าง

             

             “  นั่นพวกเบลทรูทกับไรเนอร์นิ  พวกนั้นคุยอะไรกันเสียงดังน่ะ  “

             “   เห็นว่าห้องสองมีเด็กใหม่มานี่นา   เห็นว่าชื่อ .....  มาร์โก้  บ็อท .......  “

 

                  มาร์โก้   บ็อท ................    แจนทวนชื่อนั้นอยู่ในใจ

 

                   ราวกับเคยได้ยินมาก่อน ....

 

                 “  แจน  !!  อาร์มิน  !!! “  เสียงเบลทรูท  ฮูเบอร์  เด็กหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งเรียกเพื่อนสาวทั้งสองพลางโบกมือสูงส่งสัญญาณเรียก  อาร์มินโบกมือเล็กๆเชิงทักทาย  แจนเองก็เช่นเดียวกัน  ก่อนที่มือบางจะชะงักไป

              “  คนนั้นไงแจน  มาร์โก้  บ็อท  ที่ยืนอยู่ข้างๆไรเนอร์น่ะ  เห็นว่าพอเข้ามาก็ได้เป็นหัวหน้าห้องเลยล่ะ “

 

               เจ้าของเรือนผมสีดำ กับใบหน้าที่มีรอยสิวแต้มเล็กน้อย  กำลังคุยกับกลุ่มเพื่อนด้วยรอยยิ้ม  จากนั้นเองความรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมอง  พอหันมาก็พบเด็กสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง  สายตาของทั้งคู่สบกันพอดี  เด็กหนุ่มยิ้มบางๆให้แล้วผงกหัวเชิงทักทาย  กระนั้นเอง คำพูดของใครบางคนก็แล่นเข้ามาในหัวของเด็กสาว

 

              ‘  ฟังแล้วอย่าโกรธล่ะ ............. แจนน่ะ ............. 

 

             ‘  ไม่ได้เป็นคนที่แข็งแกร่ง ดังนั้นจึงเข้าใจความรู้สึกของคนที่อ่อนแอเป็นอย่างดีไงล่ะ 

 

               ร่างกายของเด็กสาวเริ่มไหวสั่นเล็กน้อยกับคำพูดเหล่านั้นที่เกิดขึ้นทันทีที่ได้เห็นหน้าเด็กหนุ่มคนนั้น

 

          ‘      หากฉันไม่อยู่  ขอให้นายก้าวเดินต่อไป อย่าได้ถอยหลัง  กระนั้นเองก็ขอให้คิดว่าฉันคอยมองและอยู่ข้างๆนายอยู่นะ

         

  

            น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้มโดยที่เด็กสาวผู้นั้นไม่รู้ตัว  ยามที่ได้เจอกับเขาคนคนนั้นอีกครั้งในช่วงหลายปีต่อมา ...

 

 

            No  matter  what  happens  I will beside you forever, my dear .

                              ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม  ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไปนะคนดี

                                                         

                                                         Fin.

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตัดฉับเพียงเท่านี้ ทั้งหมด 11 หน้า งืดงาดดดดดดด

สรุปก็คือไม่รู้ว่าแฮปปี้แอนด์หรือเปล่า แต่จบกันด้วยในโลกอนาคตที่แจนเป็นหญิง

และมาเจอกับมาร์โก้อีกครั้ง หลังจากร่ำลาในอดีต

แอบมีรีเอ กับแจนเอ เข้ามานิดๆ 555555555555  //ขอโทษเฮย์โจว ไรเนอร์ มิคาสะ ที่ออกมาแค่นิดเดียว //พรากกกกส์

ให้เบลทรูทมีบทนิดๆ5555 หลังจากดูตอนที่ 16 เห็นคุณพี่เขาบ้องแบ๊ว(?)หันมามองแอนนี่

ฟินนนน>///////< //อ่านตอน47แล้วรู้สึกชอบคู่นี้ขึ้นมานิดๆ555

เป็นฟิคที่ใช้เวลาน้อยที่สุดในการเขียนแฮะ ปกติเวอจะเขียนนานนับวัน คราวนี้แปปเดียว

แต่ไม่มีแฟนอาร์ต //ว้อททททท

ฝากฟิคเรื่องนี้ด้วยนะคะ เพิ่งแต่งของไททันเป็นอันแรก#หลังจากพีคมาเป็นเดือน มีอะไรติชมได้เลยนะคะ ;w;

เจอกันเอนทรีหน้า เย่ยยยยยย์

ป.ล. ขอบคุณที่มามเม้นนะคะะะXD

ป.ล.2 พอได้แต่งคู่นี้แล้วรู้สึกหายเศร้า ฮาา ;w; 

ป.ล.3  ตอนกีฬาสีคอสเมดโจวมา พรืดดด 5555

ป.ล.4  ช่วงนี้แต่งบ่อยหน่อย คราวนี้ขอปลีกตัวมาแต่งฟิค55555



 

 

[S.Fic KNB] For you . [Aoki:HBD Kise]

posted on 18 Jun 2013 17:23 by werrian
วันนี้รีบมาอัพ เอร้ยยยยยยยย>/////////////////<
 
 
วันเกิดคิเสะ ขออวยพรสักนิด ก่อนเริ่มแปะฟิคละกันนะคะ
 
 
ขอให้มีความสุขมากๆน้าาา  หล่อแบบนี้ไปเรื่อยๆ
เป็นที่รักของทุกๆคน #และอาโฮ่ 
ขอให้ออกในมังงะเยอะขึ้น //โดนอาจารย์ตบ
จะรอ ss2 น้าาาาาาาา >_<
 
ที่สำคัญ ...
 
ฟ้าเหลืองบันซายยยยยยยยยยยยยยยยยยย
 
 
ว่าแล้วก็แปะฟิคเลยดีกว่า 
คือไม่เคยแต่งฟิคหนุ่มบาส ... จริงๆนะ ... .______.
 
ถ้าผิดตรงไหนขอโทษด้วยนะคะะะะ //กราบ
 
อ่านก่อนน้าาา: เนื้อหาฟิคนี้เป็นเกี่ยวกับรักร่วมเพศ หากใครไม่ชอบก็กดปิดไปเลยน้า
 

Title:  For you. (คิดชื่อไม่ออกแล้วจริงๆ)

 

Pairing :  Aomine x Kise

 

Fanfic Original :  Kuroko no Basket

 

Warning : Yaoi

 

Rate : PG  #ค่ะPG ;w; //สกิลแต่งncล่มแล้วค่ะ ถถถถ

 

              18 . June.  XX

               ฝามือถือเครื่องน้ำเงินถูกเปิดออก  บนหน้าจอใสแสดงวันที่ และเวลาขณะนี้  08.45น  เจ้าของมือถือจ้องมองวันที่ที่ปรากฏอยู่บนมือถือ ที่ไร้การแจ้งเตือนราวกับว่าวันนี้เป็นวันธรรมดาของนักเรียนคนหนึ่งที่เป็นเอสของทีมบาสเกตบอลในโรงเรียนแห่งนี้ อย่างอาโอมิเนะ ไดกิ

      

               แน่ใจเหรอ ..  ว่าวันนี้เป็นวันธรรมดาสำหรับเขา ?

         

               “  สุขสันต์วันเกิดนะ  คิเสะคุง ! “

         

              “  รับของขวัญของฉันไปด้วยนะ !!! “

        

             ร่างสูงเงยหน้าจากมือถือแล้วมองตรงไปข้างหน้าบนโถงทางเดิน พบเด็กนักเรียนสาวเป็นจำนวนมากที่กำลังยืนมุงร่างโปร่งที่เตี้ยกว่าเขาไม่กี่เซนติเมตร ในมือมีกล่องของขวัญ ขนม นมเนย เต็มไปหมด ใช่  วันนี้เป็นวันเกิดของ คิเสะ เรียวตะ สมาชิกของทีมปาฏิหารย์เช่นเดียวกับตัวเขา อีกทั้งยังเป็นไอดอลหนุ่มที่โด่งดังที่มีเสน่ห์ที่เรียกเสียงกรี๊ดจากนักเรียนหญิงภายในโรงเรียน 

           

            นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจดจ้องมองเจ้าของเรือนผมสีทองที่ยืนรับของขวัญด้วยรอยยิ้มอันเป็นที่ดึงดูดใจของทุกๆคน  มือหนาล้วงสิ่งที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมา ..

           

 

            กล่องใบเล็กขนาดเท่ากล่องใส่แหวนแต่งงานสีน้ำเงินผูกด้วยโบว์สีเหลือง .. 

       

 

          “  อาดาราร้า  มิเนะจิน มาทำอะไรแถวนี้เหรอ ---- “ อาโอมิเนะหันไปทางต้นเสียงที่มาจากด้านหลัง ก็พบเด็กหนุ่มสูงสองเมตร เรือนผมสีม่วง ทำหน้าตาราวกับง่วงนอนตลอดเวลา มุราซากิบาระ อัตสึชิ  กำลังกินขนมขบเคี้ยวอยู่ตรงหน้าเขาโดยไม่สนใจคนรอบข้างที่กำลังมองมาที่เจ้าตัว ในวงแขนที่มีขนมมากมายราวเหมือนจะนำไปแจกเด็กๆ

      

            ไม่ได้แจกหรอก  ..  ทั้งหมดนั่น  ของร่างสูงใหญ่คนเดียว

   

           “  ไง มุราซากิบาระ “  ร่างที่สูงน้อยกว่าเงยหน้าทัก

 

            “  มาหา คิเสะจิน เหรอ “  มุราซากิบาระเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนกับคนเพิ่งตื่น มองเพื่อนที่เป็นเอสในทีมที่กำลังทำหน้าตาตกใจ มืออีกข้างไขว้หลังเอาไว้เพื่อปิดบังกล่องนั้น ราวกับต้องการที่จะซ่อนไม่ให้คนตรงหน้ารู้  แต่คนตัวใหญ่ก็พอจะเดาออกว่ามันคืออะไร

            

             “  อ่อ  เปล่า แค่ผ่านมาเฉยๆ   ไปก่อนล่ะ “         

           

             “  หืม ... “ 

           

             อาโอมิเนะรีบสาวเท้าออกไปจากจุดนั้นลงบันไดไปชั้นล่าง  มุราซากิบาระยืนนิ่งมองเพื่อนที่วิ่งลงไป จังหวะพอดีกับที่ไอดอลหนุ่มที่หลุดออกมาจากการรุมล้อมของผู้หญิง เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

       

           “ เมื่อกี้ใครมาเหรอ มุราซากิบารัจจิ “ เสียงใสเอ่ยถาม

    

           “  ไม่มีนี่นา  คิเสะจินเมาหรือเปล่า “

         

            ร่างใหญ่ยักษ์ตอบแล้วเดินเข้าห้องเรียน  ทิ้งให้ไอดอลหนุ่มยืนนิ่งอยู่บนทางเดิน  ใบหน้าเรียวผิดหวังกับคำตอบที่ได้รับ หากเขาเป็นสุนัขตอนนี้หูคงลู่ตก  เพราะระหว่างที่กำลังยืนรับของขวัญจากแฟนคลับ  สายตาเหลือบมองเห็นเพื่อนร่วมห้อง ร่วมทีมตัวใหญ่กับอีกร่างที่คุ้นเคยที่หันหลังเดินลงบันไดไป

       

           อาโอมิเนจจิเหรอ ?  คิเสะคิดแบบนั้นจึงรีบปลีกตัวออกจากกลุ่มแฟนคลับ  แล้วรีบตรงรี่มาหามุราซากิบาระที่ยืนเคี้ยวขนมตุ้ยๆราวกับเด็ก พร้อมกับความหวังที่หวังว่าคนคนนั้นมาที่ห้อง แต่กลับไม่ใช่ ..

     

           “  อาโอมิเนจจิคงไม่มาหาเราหรอก “

 

 

 

 

             18 . June .xx  12.30 PM.

         

             “  อาโอมิเนะคุง สรุป ‘ไอนั่น’ ให้คิเสะคุงไปยังครับ ? “

         

             “  ยัง “

         

             “  ทำไมล่ะครับ “

         

              “ ยุ่งน่า เท็ตสึ “

          

              อาโอมิเนะตอบปัดกลับไป  สายตามองไปยังคิเสะ เรียวตะ ที่ยืนรับของขวัญจากแฟนๆเหมือนดั่งเมื่อเช้าที่เขาไปเห็นหน้าห้องเรียน เปลือกตาสีเข้มหลุบลง ปากพลางพ่นลมหายใจออกมา  ร่างเล็กข้างๆเหลือบมองเพื่อนตัวสูงที่อยู่ห้องเดียวกัน  คุโรโกะ เท็ตสึยะ ละปากจากการดูดวานิลลาเช้คตรงหน้า หันมาเอ่ยปากพูด

       

             “  คุณนี่บื้อจริงๆนะครับ อาโอมิเนะคุง “

    

            “  นายว่าอะไรนะ เท็ตสึ !!!! “ เจ้าของร่างสูงโวยวาย ถึงอย่างงั้นเด็กหนุ่มเรือนผมสีฟ้าอ่อนก็ยังทำหน้าดั่งเดิมอยู่ดี

 

         

             “  คุณก็รู้นี่ครับ ว่า คิเสะคุง น่ะ แฟนคลับในโรงเรียนเยอะจะตายไปครับ ไหนจะยังแฟนคลับข้างนอกที่ตามมาให้ของขวัญถึงโรงเรียน มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณจะให้ ‘ไอนั่น’      กับคิเสะคุงในตอนนี้หรอกครับ  “

 

       

              “แล้วนายจะให้ฉันให้ตอนไหนล่ะ “ อาโอมิเนะหันมาถามเพื่อนตัวเล็กข้างๆ คุโรโกะหลุบตาลง ถอนหายใจ แล้วส่ายหน้าอย่างระเอื่อม

 

       

            “  ไม่ไหวเลยนะครับ  “

 

      

            “นายจะหลอกด่าฉันว่า ‘โง่’ ไปถึงไหนวะ เท็ตสึ “

 

    

           “  ผมยังไม่ได้พูดคำนั้นเลยนะครับ  “ 

 

 

            เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีอ่อนเงยหน้ามองเพื่อนร่วมทีมในระยะไกลหลายเมตร  เมินคำโวยวายจากคนข้างๆ

 

              คนอย่างคิเสะ เรียวตะ  ถ้าเทียบกับตัวเขาเรื่องความสูง ต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่ถ้าเรื่องนิสัย คนคนนั้นก็ไม่แตกต่างจากโกลเด้นรีทีฟเวอร์ขนฟูสีทองที่กำลังอยู่ในช่วงกำลังซุกซน หากภายในใจนั้นบางเวลาก็อ่อนไหวละม้ายคล้ายกับสาวน้อยในการ์ตูนเลิฟคอเมดีที่กำลังมีความรัก น้อยอกน้อยใจหลายครั้ง โดยเฉพาะกับเอสแห่งเทย์โค ซึ่งคุโรโกะ เท็ตสึยะ รู้ดี ว่าเพื่อนผมทองซึ่งเป็นไอดอลแอบ’ชอบ’ เพื่อนสนิทร่วมห้องของเขาอย่างอาโอมิเนะ ไดกิ มาตั้งแต่ไอดอลหนุ่มเข้ามาในทีมบาสเก็ตบอลแห่งโรงเรียนเทย์โค

 

               เด็กหนุ่มพอจะเดาความคิดของคิเสะ เรียวตะออก  ของขวัญที่แฟนๆให้ล้วนมอบให้ด้วยความรัก คิเสะก็รับมาอย่างไม่ปฏิเสธในฐานะไอดอล  แท้จริงแล้ว ของขวัญวันเกิดที่อยากได้คงจะอยากได้จากคนที่อยู่ข้างๆตัวของเขามากกว่าใครอื่น คุโรโกะคิดพลางเหลือบมองคนข้างตัวที่กำลังเม้มริมฝีปากของตัวเองแน่น

 

              “ เขารออยู่นะครับ “

 

              “ หา? “

 

              “  รีบๆให้ก็แล้วกันนะครับ วันเกิดของคนสำคัญทั้งทีหนึ่งปีมีหนเดียวนะครับ เป็นกำลังใจคอยเชียร์อยู่ห่างๆละกันครับ “ ว่าจบ ร่างเล็กก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ตบบ่าคนตัวสูงเบาๆแล้วทำท่าจะเดินออกไป

 

              “  เดี๋ยวสิ  เท็ตสึ แล้วนายจะให้ฉันให้ ‘ไอนั่น’ กับเจ้าโกลเด้นตอนไหนล่ะ ! แล้วคนสำคัญที่นายว่ามันไม่ใช่แบบนั้นนะโว้ยยย “

 

             “  คิดเองสิครับ ผมอุตส่าห์ใบ้วิธีให้ถึงขนาดนี้แล้ว “ คุโรโกะยักไหล่  ยกมุมปากยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ขาเรียวจะเดินจากไป ทิ้งให้เพื่อนหนุ่มนั่งอยู่คนเดียว

 

           ‘ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณจะให้ ‘ไอนั่น’      กับคิเสะคุงในตอนนี้หรอกครับ’

 

            ‘แฟนคลับในโรงเรียนเยอะจะตายไปครับ ไหนจะยังแฟนคลับข้างนอก .. ‘

 

          

          “  กำลังจะบอกว่าถ้าให้ตอนนี้คนมันเยอะสินะ “  อาโอมิเนะนึกคำพูดของเพื่อนสนิทอีกครั้ง  พลางหลุบตาลง  หากเวลานี้คนเยอะ แถมการที่ผู้ชายให้ของขวัญที่มีลักษณะเหมือนคนรักให้กันด้วยกัน มันก็กระไรอยู่หรอกอีกอย่างเสี่ยงต่อการเป็นจุดเด่นภายในโรงเรียนอีกด้วย

 

       

           เปลือกตาเปิดขึ้น  ปากหนาขยับพูด ..

 

     

         “  ถ้าให้หลังโรงเรียนเลิกล่ะ ?“

 

       

 

 

 

             18. June .xx 15.45 PM.

 

              รอ ....  รอ ....

 

              นี่ก็ใกล้จะหมดวันเกิดของเขาแล้ว  แต่ของขวัญที่อยากได้จากคนคนนั้นกลับไม่มีวี่แววจะมาหาเขาเลย !!

  

            “  อาโอมิเนจจิบ้า ... “  คิเสะสบถอย่างหงุดหงิด  แก้มเนียนใสป่องขึ้นเล็กน้อย ระหว่างที่คิดมือพลางเก็บสัมภาระใส่กระเป๋านักเรียน  ข้างตัวมีลังที่ใส่ของขวัญหลายนับร้อยชิ้นจากแฟนๆ ซึ่งคิเสะกะไว้ว่าจะให้คนที่กองถ่ายนิตยสารมารับไปเก็บไว้ที่บ้านก่อน ส่วนเจ้าตัวก็ขอเดินเล่นก่อนกลับบ้านสักพัก ...

 

      

           “  คิเสะจิน  ... จะกลับแล้วเหรอ “  เงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะก็พบเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่นั่งยอง เอาคางเกยโต๊ะเรียนของเขา  ไม่ใช่ใครไปนอกจากมุราซากิบาระ ..

 

   

          “  อืม  แต่กะว่าจะเดินเล่นก่อนกลับบ้านน่ะ “

 

             คิเสะตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้ม  มุราซากิบาระพยักหน้าทั้งๆที่คางเกยโต๊ะอยู่อย่างนั้น  มือใหญ่ล้วงหยิบกระดาษขนาดเท่ากับกระดาษแปะโน้ตสีฟ้า วางลงบนโต๊ะของเพื่อนร่วมห้อง นัยน์ตาสีน้ำผึ้งฉายแววสงสัย จึงต้องเอ่ยปากถาม

 

             “  นั่นอะไรเหรอ มุราซากิบารัจจิ ? “

 

             “  มีคนฝากมาให้คิเสะจินน่ะ ... “  พูดเสร็จแล้วก็ยันร่างใหญ่โตให้ยืนขึ้น  ยกมือเชิงส่งสัญญาณประมาณว่า ‘กลับแล้วนะ’ คิเสะพยักหน้า ก่อนที่เจ้าของร่างใหญ่ยักษ์จะหายออกไปทางประตู ทิ้งให้เด็กหนุ่มอยู่ในห้องเรียนตามลำพัง ..

 

              ..... ไม่กี่วินาทีถัดมา ประตูก็ถูกเลื่อนเปิดอีกครั้ง ร่างที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่

 

             “  อย่าปล่อยให้เขาให้รอนานล่ะ “

 

             ครืนนนนนนนนนน  ...  ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง

         

             เขา? 

 

            “  ใครหว่า …? “  คิเสะหยิบแผ่นกระดาษใบน้อยขึ้นมาอ่าน ลายมือเรียบร้อยเหมือนลายมือผู้หญิง  ซึ่งคนอ่านก็พอจะเดาออก “โมโมอิจจิ? “

   

 

            ‘  เจอกันตอน 16.00  บนดาดฟ้าโรงเรียน  ฉันรออยู่ ‘

 

 

             คิเสะเลิกคิ้วอย่างสงสัย  เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ? ตามปกติโมโมอิ ซัทสึกิ ที่ทำหน้าที่คล้ายกับผู้จัดการในทีม หากมีอะไรก็จะตรงรี่มาบอกถึงห้องเลย หรือไม่ก็คุยกันตอนเข้าชมรม ..

 

             แต่นี่กลับส่งกระดาษโน้ตใบน้อยมา ...

 

   

           ร่างโปร่งสะพายกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องเรียนของตัวเอง

 

 

 

             18. June . xx  16.00  PM.

 

           ประตูบานสีเทาถูกเปิดออก  บริเวณดาดฟ้าที่เงียบสงบ   พื้นที่โล่ง ตัดกับตะข่ายเหล็กที่ล้อมรอบและท้องฟ้ายามสี่โมงเย็น  คิเสะหันมาปิดประตูที่ตัวเองเปิดทิ้งไว้ ก่อนจะหันมามองรอบๆก็พบกับความเงียบ

           

            ...  ราวกับไม่มีใครอยู่เลย ...

          

            ขาเรียวยาวของนักบาสหนุ่มและไอดอลผู้มีเสน่ห์ ก้าวมายังตรงกลางของพื้นที่โล่ง  ใบหน้าเรียวหันมองรอบๆเหมือนกับหาอะไรบางอย่างอยู่

        

             “  โมโมอิจจิ  ฉันมาแล้วนะ  เธออยู่ไหนเหรอ  “

      

            คิเสะขานเรียกเจ้าของลายมือเมื่อครู่  แต่กลับไร้เสียงวี่แววการตอบกลับ  เด็กหนุ่มกล่าวอีกครั้ง  ผลเป็นเช่นเคย  มีแต่ความเงียบและเสียงลม  ชวนขนลุกซู่เล็กน้อย มือเรียวลูบต้นแขนที่มีสเวตเตอร์สีขาวคลุมเล็กน้อยเผื่อจะทำให้อาการขนลุกซู่เล็กนั้นจางลงบ้าง 

          

            เขาถอนหายใจ  แล้วเรียกอีกครั้ง ..

        

          

          “  โมโมอิจจิ ------- “

         

          “  ซัทสึกิอยู่ที่โรงยิม ไม่มาที่นี่หรอก “

         

          เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้เจ้าคนที่ขานเรียกชื่อผู้จัดการสาวชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำผึ้งเบิกกว้าง ด้วยความไม่คาดถึงว่าจะได้ยินเสียงของคนคนนี้ ณ  เวลานี้ และที่นี่  เสียงฝีเท้าย่างใกล้เข้ามา  คิเสะหันไปมองเจ้าของเสียง

          

           “  อาโอมิเนจจิ .....  ทำไม ..“

         

           “  น่าเสียดายนะ  อุตส่าห์คิดว่านายจะเดาออกแล้วแท้ๆว่าใครเป็นคนบอกให้นายมาที่นี่ แต่กลับเอ่ยเรียกซัทสึกิซะงั้น  “  อาโอมิเนะพูดพลางใช้นิ้วก้อยสอดเข้าไปในรูหูของตัวเอง ปากพลางขยับพูด  คิเสะช็อกค้าง  ลำตัวสั่นระริกเล็กน้อย

        

          “  อะ.... อาโอมิเนจจิ เป็นคนบอกให้ฉันมาที่นี่งั้นเหรอ ... ? “

       

          “  เออสิ  แต่ฉันใช้ลายมือซัทสึกิพรางเอาไว้  นายก็รู้ว่าลายมือฉันมันเป็นยังไง ขนาดอาคาชิยังบอกว่าห่วย “ เขาพูดแล้วหลุบตาลง

        

           “  .........  งั้นเหรอ ...  “   คิเสะตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พลางก้มหน้าลงราวกับหมดหวัง คนคนนี้เรียกเรามาเพื่ออะไรกัน  ... 

         

          เอสแห่งเทย์โคเห็นร่างเล็กตรงหน้าก้มหน้าลงราวกับลูกสุนัขที่ถูกดุ  ดูน่ารักและน่าเอ็นดูไปอีกแบบ  มือเรียวล้วงของออกมาจากในกระเป๋ากางเกง แบบเมื่อเช้า  ขาเรียวยาวก้าวเข้ามาอยู่ในระยะประชิดเด็กหนุ่มที่ก้มหน้า  สร้างความสงสัยให้กับคิเสะเล็กน้อย

 

             ปุ !

 

           กล่องของขวัญใบเล็กถูกวางแตะลงบนเส้นผมนุ่มสีทองอย่างแผ่วเบา

 

       

 

          “  สุขสันต์วันเกิด  เจ้าโกลเด้น  ขอโทษที่ทำให้รอ  “

 

 

         คำพูดที่เฝ้ารอมานาน รอมาตั้งแต่ตอนเที่ยงคืนซึ่งบ่งบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเขา  ลำตัวคิเสะสั่นระริก  ขอบตาร้อนแผ่ว ผิวขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ  น้ำใสเริ่มหลั่งรินออกมาอาบแก้มเนียนของใบหน้าหล่อเหลา  ริมฝีปากเริ่มสั่นเทา ก่อนที่จะขยับพูด

 

          “  คนบ้า !  ปล่อยให้รอตั้งนาน  อาโอมิเนจจิบ้า บ้า บ้า บ้า ที่สุดเลย  “  ริมฝีปากขยับพูดด่าคนตรงหน้า  แต่เรียวแขนกลับกอดคอร่างสูงแน่น  ใบหน้าซบลงที่ไหล่ของคนผิวแทน เสื้อสเวทเตอร์สีขาวเริ่มเปียกชื้นเนื่องจากคนในอ้อมกอดเล่นร้องไห้ซะยกใหญ่  มือหนากอดตอบพลางลูบไล้เรือนผมสีทอง

         

          “  ใครจะไปรู้ว่านายรออยู่เล่า  เห็นได้จากแฟนๆเยอะเลยนี่  “

         

          “  ก็ไม่ได้อยากได้เท่ากับของอาโอมิเนจจินี่นา “  คิเสะคลายวงแขนลงแล้วยืนปาดน้ำตาตรงหน้าร่างสูง ริมฝีปากคลี่ยิ้มเหมือนเด็กๆที่ได้รับของที่ชอบ  ดวงตาจ้องมองกล่องของขวัญขนาดเท่ากล่องที่ใส่แหวนแต่งงาน

          

           “  มันคืออะไรเหรอ “

        

           “  ลองเปิดดูสิ “

      

 

           ว่าตามนั้น  คนที่ได้รับของขวัญเปิดฝาเล็กสีน้ำเงินออก ...

 

     

          แหวนวงสวยสีน้ำเงินบนผ้ากำมะหยี่สีแดง  ตามปกติในละครจะเป็นแหวนแต่งงาน แต่ถึงนี่จะไม่ใช่แหวนแต่งงานก็ทำให้คิเสะ  เรียวตะ ถึงกับดีใจจนพูดอะไรไม่ถูก  ของขวัญแต่ละชิ้นที่เคยได้รับมา  ล้วนจะเป็นพวกของใช้ ไม่ค่อยจะมีเครื่องประดับนอกจากสร้อยคอ

   

         แต่ปีนี้ ...  กลับได้แหวนสีน้ำเงิน ..  ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มาก่อน ...

 

 

            “  ส่งมือมา “

 

           คิเสะสะดุ้ง ถึงไม่ต้องส่ง แต่มือเรียวก็กระถูกดึงโดยเอสแห่งเทย์โคไปก่อนแล้ว  อาโอมิเนะหยิบแหวนขึ้นมา  แล้วบรรจงใส่เข้าไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของอีกฝ่าย  ใบหน้าสีขาวแดงก่ำด้วยความเขินอาย  ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ... กับคนที่แอบชอบ

 

            “  ขอบคุณนะ .... “

 

            เอ่ยคำขอบคุณ  อาโอมิเนะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหนาของคนตรงหน้าก็จุมพิตสัมผัสลงตรงนิ้วที่สวมแหวน  ทำเอาคิเสะ  เรียวตะ ได้แดงก่ำเป็นลูกตำลึง อีกทั้งหัวใจทางข้างซ้ายก็เต้นสั้นรัวไม่หยุด …

                       

 

              ‘  ขอบคุณสำหรับคำอวยพร  ขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นพิเศษ ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างในวันนี้   มันเป็นวันเกิดที่ฉันมีความสุขมากที่สุดเลยล่ะ .. ‘

 

              ‘  อาโอมิเนจจิ  ขอบคุณมากนะ  รักนายที่สุดเลย ‘

 

 

                                                                      Fin.

 

เป็นช็อตฟิคที่คิดว่าแต่งสั้นกว่าช็อตฟิคอื่นๆ //ปกติ 12 หน้า  รอบนี้ประมาณ 10 หน้า

 

ไม่รู้จะจบยังไงแล้วจริงๆ//พรากกกกกกกกส์ ไม่เคยแต่งแนวนี้เบยยย

 

ก่อนจากกันวันนี้  HBD Kise Ryota<3

 

ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ รักคนอื่านทุกคน  เจอกันเอนทรี่หน้าค่าาาาา

 

ป.ล.ขอบคุณที่มาเม้นค้าาา><

ป.ล.2 คือแบบว่า .. หาจังหวะมาอัพก่อนรีบไปปั่นการบ้าน ฮาาา ;w;

ป.ล.3 รีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอ #เดี๋ยวนะผิดเรื่อง

ป.ล.4 เอิ่ม ..อะไรดี #ว้อท

 


edit @ 18 Jun 2013 17:27:27 by ~[::werrian::]~

เย่ะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ กลับมาอัพบล้อก 
 
ดองไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ  เมษาป่ะ??? หรืออะไรนะ //โดนต่อยยยยย
 
แบบว่าแย่มาก ไม่ค่อยได้มาอัพบล้อก  ฮือออออว์
 
.
.
.
หายไปนาน ขอแง้มแฟนอาร์ตหน่อย 5555555555  
 
ไหนๆก็ช่วงที่ดอง ไม่ได้อัพก็วาดไว้เยอะเบยยยยยย 555555555
 
 
อ่ะ ประเด็นรูปแรก
โหลดโหดหน่อย ถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถ
 
 
                      การบ้านวิชาศิลปะ ให้ใช้องค์ประกอบศิลป์มาแต่งเป็นภาพให้ได้หลายๆรูปแบบ อ๊ากกกก
                                      ประมาณว่ามีจุดเด่น สื่อความหมาย ไรประมาณอ่ะค่ะ
                            ทีแรกเวอว่าจะวาดแบบเป็นเพลง แต่คือ เขียนโน๊ตไม่ถูก แง้ววววววว ;w;
                                ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้แทน  #เพื่อนตั้งชื่อภาพไว้ให้ว่า 'ความหวัง '
หน้าตาละม้ายคล้ายเทอริส #ผิด
เพิ่งสร้างไม่กี่วันมานี้  'พิชญ์ภัสสร' สอนศิลปะ #เพื่อนเติมให้ ฮาาาา
 
เป็นออริที่ตั้งชื่อแบบไทยๆ ฮาาา ;w; ชื่อเล่นชื่อ ศร ค่ะ #มาจากลูกศร
 
พิชญ์ แปลว่า นักปราชญ์ #ชื่อเพื่อนในห้อง ภัสสร แปลว่า รัศมี
ก็ประมาณว่า นักปราชญ์ผู้มีรัศมีเจิดจ้า ??? #ว้อททททททททท
เรียก ศร เฉยๆเถอะ 5555555
ส่วนนิสัย ตรงข้ามกับหน้าตา *จบประเด็น* //โคตรแย่
 
 
กรี๊ดดดดดด เห็นเส้นร่าง #ลืมลบบบบ
 
มีหญิงก็ต้องมีชาย 5555555 
 
' พจน์รวินท์ ' #ในภาพเขียนผิดค่ะ //กราบ  ชื่อเล่นชื่อ 'พจน์ '
สร้างมาลูกชายหน้าแบบนี้อีกแล้วววววว อร๊าาาาาาาาาาาา //อะไร
 
ทีแรกกะให้ ศร ชื่อพจน์รวินท์ด้วย แต่เพื่อนบอกว่าชื่อเหมือนผู้ชาย 55555555555
 
 
หมดโซนนี้ ...
 
คือช่วงนี้ Shingeki no kyojin มาแรงมาก เวอเองก็ติดไปด้วย
 
แต่แบบว่าาาาาาา  เราไม่ลืมนายนะะะะะ #บากะ
 
 
โคตรเผาอ่ะะะะะะะะะะะะะะะะะะ //กราบมุโระจิน #Knb
 
ชอบที่สุดในบาสนะ เจอแล้วปิ๊งเบยยยยยยยย
วาดบ่อยสุด #เพราะวาดคิเสะไม่เป็น #จ้ะ
 
.
 
 
.
 
 
บาส .. ลงรูปเดียวพอ #ลำเอียงจังหล่อน //กราบ
 
 
เพราะคือหัวเอนทรี่มันก็เขียนอยู่แล้ว ..
 
.
 
 
ประเด็นรูปแรกกกกกก <3
 
 
พระเอก นางเอกของเรื่อง   "หมี่ข่าส่าาาาา " #อย่าทำเสียงฟุชิมิ
รูปนี้อนาโตมี่ไม่ค่อยดี OTLlll 
 
นั่งวาดตอนตอน 9 ฉาย ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย เฮย์โจววววววววววว #ไม่ได้ดูสด
 
เอ่อ .. เฮย์โจว  อืม  เฮย์โจว 
 
 

.
 
.
 
 
.
 
.
 
คือ 10  เซนนี่มันประมาณเท่าไหร่เหรอ ..... ? //โดนเฮย์โจวเตะฟันหลุดดดด
 
 
ฮืออออออออ  ฟินรีเอที่สุดเบยยยยยยยยยยยยยย 
 
 
 
อ้อน อ้อน อ้อน <3 #เผามากกกกก
 
 
มิคาสะอีกภาพ  ไม่ค่อยชัดเลยแฮะ 
วาดพระเอก นางเอกคนนี้แล้วชอบบบ  เอร้ยยยยย
 
 
....... *กริบ*
 
ไม่มีอะไรจะวาดจริงๆ //กราบเอเลน 
 
 
ว่าแล้ว .. ช่วงนั้นเวอก็นึกอยากวาด 3P ขึ้นมาจริงๆนะ.
 
.
 
3P จ้ะ 
 
.
 
 
 
จ้ะ  3P *ยิ้มมมมม* //โดนตื้บบบบบ
 
 
คุณครูสอนเด็กอนุบาลลลลลลลล //โดนเอเลนต่อย
 
รีเอแจน<3 อู้้วเย่ยยยยยยย์
 
#ตุ๊กตานั่นวาดยากมากนะ ._______. 
 
 
 
หมดละ ...
 
 
เผาเยอะมาก  ยกเว้นภาพแรก #เพราะเป็นคะแนน
 
ก่อนจากกันวันนี้  ขอแสดงความรู้สึกที่ได้ดูไททันตอน 9
 
*ภาพมันสปอยล์ ถ้าใครไม่อยากโดนเลื่อนลงไปเลยยย *
 
 

 
 
ฟินจ้ะ //////[]//////  เสียงคามิยะซังทำเราฟิน อ๊ายยยยยยยยย
 
ไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้วไม่เหล่แล้ว
 
//โดนเฮย์โจวเตะฟันหลุด
 
เรารอฉากนั้นอยู่นะ ;w; b #รีเอยยยยยยย์ #หยุด
 
 
เจอกันเอนทรีหน้าค่าาาาา บายยยยยยย
 
 
 
ป.ล.ขอบคุณที่มาคอมเม้นค่าาา
ป.ล.2 เครื่องสแกนมันใช้ไม่ได้ //ฟาดแม่ม #อย่า
ป.ล.3 รีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอรีเอ
ป.ล.4 อัพอีกทีคงกีฬาสีนะคะ 
ป.ล.5 เผามาก 
ป.ล.6  อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

edit @ 3 Jun 2013 17:57:24 by ~[::werrian::]~